
อยากจะให้เธอยิ้มให้ฉันอีกสักครั้ง
อาทิตย์กำลังจะลาฟ้าที่...เขาห้วยคอกหมู
เช้าๆ ตามฤกษ์สะดวก ยามสบายของแต่ละคน ออกเดินทางจาก ก.ท.ม. มุ่งสู่ทิศตะวันตก 100 ก.ม. ก็ถึง จ.ราชบุรี (แวะเที่ยวรายทางตามแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่ง ที่ล้วนน่าสนใจมากมาย ก็ไม่ผิดกติกา) แล้วมุ่งตะวันตกต่อไป อีก 80 ก.ม. ถึง อ.สวนผึ้ง เผื่อเวลาให้ถึงก่อนอาทิตย์จะลาแสง เพราะขอนำเสนอจุดส่งท้ายตะวันที่งามยิ่ง ณ ชะง่อนผา ของห้วยคอกหมูที่ยื่นออกไปเป็นแหลมทางพม่า (แต่เขตแดนแบ่งจากสันปันน้ำชัดเจน ไม่ตลกๆหัวเราะไม่ออก แบบทางแดนเขมรหรอกไว้ใจได้) ถ้ายามเช้าจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครที่ผาชนะได อุบลราชธานี ตะวันส่งท้ายฟ้าเมืองไทย บนเขาห้วย คอกหมูก็พอจะอนุโลมได้แม้ไม่ใช่ตะวันตกสุดอย่าง จ.แม่ฮ่องสอน (แต่ปีนป่ายไปส่งท้ายตะวันทีแม่ฮ่องสอน ท่าจะลำบากสาหัส)
มีจุดอำลาแสงตะวันสวยๆแล้ว สวนผึ้งยังก็ยังมีจุดรับตะวันที่งามหยดอีก บนยอดเขากระโจมที่โล่งกว้าง ยามเช้าถ้าได้ขึ้นไปรอรับแสงแรกของวันพร้อมกาแฟกรุ่นหอม และสายหมอกที่เคลียอยู่เป็นเพื่อน ได้บรรยากาศและอารมณ์ละมุน.....เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม
ยอดเขากระโจม...จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก งามที่สุดของ อ.สวนผึ้ง
เขากระโจมเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ใน อ.สวนผึ้ง เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรี มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล ราว 1,100 เมตร ทำให้ มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี (เคยขึ้นไปแต่เช้าตรู่ วันหนึ่งปลายเดือนมีนาคม โดยไม่ได้เตรียมตัวไปหนาว เจอกับอุณหภูมิ 15-17 องศาเซลเซียส ทำเอาตัวห่อเป็นกุ้งไปเลย)
บนเขากระโจม ที่เป็นแดนสุดเขตตะวันตกนี้ ยังเป็นที่ตั้งของฐานกองร้อย ตำรวจตะเวนชายแดน อดีตเคยเป็นจุดหมายยอดฮิต ของชมรมผู้นิยม 4WD จอมลุยทั้งหลาย เพราะหนทางที่ไต่สู่ยอดเขา ท้าทายและสวยงามยิ่ง แต่ปัจจุบันได้รับการปรับพื้นที่ให้สะดวกขึ้น เพื่อการท่องเที่ยว เขากระโจมจึงกลายเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วไปเช่นกัน
ช่วงเวลาที่มีอยู่ยาวนานของวันกับแสงอาทิตย์ที่สดใส สวนผึ้งก็มีอะไรให้ชมเป็นสีสัน เลือกเที่ยว เลือกชมกันไม่หมดในวันเดียว มีน้ำแร่ร้อนธรรมชาติทีบ่อคลึงให้ลงไปแช่เพื่อสุขภาพ ไปเดินดูไม้ดูนกดูน้ำที่ศูนย์ศึกษาพรรณไม้ป่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ หรือ แก่งส้มแมว มีน้ำตกเก้าชั้นให้ท้าทายให้พิชิต หรือขาลุยก็ไปลุยขึ้นเขาพุุระกำที่มีพุน้ำใสๆ ไหลเย็นให้ผ่อนคลายเย็นใจ หลากหลายมากมายยังมีให้ชมเล่ากันได้น้ำลายแตกฟอง ที่จำกัดตรงนี้ มีไม่พอให้บรรยาย
แต่ส่วนที่ตรึงใจของส่วนผึ้งนั่นคือบรรยากาศที่อวลด้วยไออุ่นโรแมนติก ท่ามกลางสายลมหนาวต่างหาก แม้ไม่ต้องโลดเต้น นิ่งๆนั่งซึมซับบรรยากาศในรีสอร์ทอาร์ท อารมณ์ศิลป์ ที่มีอยู่กระจายมากมายในสวนผึ้ง นั่งแกว่งเท้าให้ราน้ำในลำธารใส ทักทายกับชาวสวนผึ้งที่ล้วนมีอัธยาศัยและไมตรี
ราตรีในสวนผึ้งหลับหนึ่งนั้น จะมีแต่ฝันดีๆ.........
Magha Puja is an important religious festival celebrated by Buddhists in Thailand, Cambodia, and Laos on the full moon day of the third lunar month (this usually falls in February) It is a public holiday in Thailand and Laos - and is an occasion when Buddhists tend to go to the temple to perform merit-making activities.
Origin of Magha Puja Day
Magha Puja day marks the four auspicious occasions, which happened nine months after the Enlightenment of the Lord Buddha at Veluvana Bamboo Grove, near Rajagaha in Northern India. On that occasion, four miraculous events coincided;
1,250 enlightened disciples of the Buddha spontaneously gathered
every one of those enlightened disciples had been given monastic ordination personally by the Lord Buddha
those disciples knew to meet together without any previous appointment
it was the full-moon day.
The Lord Buddha gave an important teaching to the assembled monks on that day 2,500 years ago called the 'Ovadapatimokkha'[1] which laid down the principles by which the monks should spread the Buddhist teachings. In Thailand, this teaching has been dubbed the 'Heart of Buddhism'.
Celebration of Magha Puja Day
In the evening, each temple in Thailand holds a candle procession whereby the monks and congregation members circumambulate the main chapel or pagoda in the temple in homage to the Lord Buddha.