วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
22 จานเด็ด ลดเสี่ยงมะเร็ง
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ป้องกัน ไวรัสคอมพิวเตอร์ แบบง่าย ๆ
การอ่านหนังสือขั้นเทพ
หลังการอ่านหนังสือจบ จะต้องมีการทบทวน ภายใน 24 ชั่วโมง เพราะจากการทดลอง พบว่า หากทบทวนภายใน 24 ชั่วโมง จะทำให้จำได้ถึง 80% และใช้เวลาน้อยมากในการอ่านทบทวน ซึ่งต่างจากคนที่ทบทวนภายใน 7 วัน จะจำได้เพียง 50% ส่วนคนที่ทบทวนการสอบจะจำได้เพียง 20 - 30% เท่านั้น
ปิดท้ายด้วยเทคนิคการจำ พญ.จิตราบอกว่าให้ใช้การจำโดยการแต่งเรื่องสนุก ๆ โดยนำคำต่าง ๆ มานำหน้า หรื่อเป็นเรื่องตลก เป็นต้น หรืออีกวิธีหนึ่งคือ การจำโดยใช้แผนที่ หรือที่เรียกว่า Mind Mapping ซึ่งวิธนี้ จะทำให้เข้าใจง่ายมากขึ้น โดยบางครั้งอาจจะใช้วิธีการวาดรูปแทนข้อความบางข้อความเพื่อสร้างความจดจำ เทคนิคง่าย ๆ แต่ได้ประโยชน์มหาศาล
วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2552
วันรักต้นไม้แห่งชาติ
วันรักต้นไม้แห่งชาติ หรือ "วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ" (National Annual Tree Care Day) ถือกำเนิดขึ้นจากแรงปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า ที่ทรงให้ความสำคัญการบำรุงรักษาต้นไม้และต้องการฟื้นฟูความสมดุลของธรรมชาติ โดยพระองค์ทรงปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้ด้วยพระองค์เองมาตลอดพระชนม์ชีพ ด้วยเหตุนี้ คณะรัฐมนตรี จึงมีมติเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2533 กำหนดให้ วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็น "วันบำรุงรักษาต้นไม้ประจำปีของชาติ"
วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2552
8 วิธี ฟื้นฟูจิตใจ
วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552
เล็กๆ น้อยๆ เรื่องการนอน
1.หลายคนคงคุ้นกับประโยคที่บอกว่า “ ควรนอนไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง ” ใช่ ไหมค่ะ แต่ดร. Neil บอกว่าจริงๆแล้วไม่มีกฎตายตัวว่าต้องนอนนานเท่าไหร่ มันแล้วแต่บุคคล ถ้าอยู่ในระหว่าง 3 – 11 ชั่วโมงถือว่าใช่ได้ไม่ผิดปรกติอะไร ถ้าอีกวันตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกสดชื่นสดใส สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ถือว่าโอเคแล้ว
2. เรื่องเวลานอนที่จริงแล้วไม่ค่อยสำคัญ สิ่ง ที่ควรสนใจคือคุณได้ใช้เวลาไปกับการหลับลึกมากแค่ไหนต่างหาก ซึ่งช่วงหลับลึกจะกินเวลาหนึ่งในสามแรกของการนอนและเป็นช่วงที่ร่างกายได้ รับการพักผ่อนมากที่สุดค่ะ มันไม่จริงหรอกค่ะที่นอนตอนสี่ทุ่มจะดีกว่าตอนห้าทุ่ม ข้ออ้างนี้มันสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่เอาไว้ใช้ไล่ให้ลูกไปเข้านอน
3. สำหรับเรื่องการนอนไม่หลับ ดร. Neil บอกว่าส่วนตัวแล้วเขาเป็นคนหลับง่าย ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่ถ้าเกิดคุณนอนไม่หลับหรือสะดุ้งตื่นกลางดึก อย่ามั่วแต่นอนพลิกไปพลิกมา ลองหยิบหนังสือที่มีเนื้อหาสบายๆไม่เร้าอารมณ์มากมาอ่าน ถ้าร่างกายคุณยังคงต้องการการพักผ่อน มันก็จะง่วงขึ้นมาเอง
4. ดร. Neil กับภรรยาแยกเตียงกันนอน เขา บอกว่า “ การนอนเป็นสิ่งเห็นแก่ตัวที่สุดที่คุณสามารถทำได้ ” ถ้าแยกกันนอนกับคนรักแล้วสบายตัวสบายใจหลับฝันได้ ก็แยกเตียงเถอะ ดีกว่าทนฟังเสียงกรน ดมตด หรือถูกคนรักเตะตลอดทั้งคืน ส่วนใครที่กังวลว่าทำแบบนี้มันจะมีผลกระทบต่อชีวิตคู่รึเปล่า คำตอบคือไม่ค่ะ ... ซึ่ง ดร. Neil กล่าวไว้ว่า" ไม่ได้นอนด้วยกัน ไม่ใช่ปัญหา .... แต่ไม่มีเซ็กซ์กันตั้งหากที่เป็น! "
วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2552
สอนลูกรู้จักใช้จ่าย
อาจด้วยสังคมของวัยรุ่นปัจจุบันมัก ให้ความสำคัญกับวัตถุสิ่งของ รวมถึงต้องการมีสิ่งของเครื่องใช้ในแบบที่เพื่อนมี ดังนั้น พ่อแม่จึงควรหาแนวทางป้องกันมิให้ลูกหลงไปกับวัตถุสิ่งของมากจนเกินไปโดย..... ทำตนเป็นตัวอย่างที่ดี พ่อแม่ควรมีวินัยในการใช้จ่าย ไม่ฟุ่มเฟือย รู้จักคุณค่าของเงินเพื่อให้ลูกได้เห็นแบบอย่างที่ดี ควรพูดคุยกับลูกถึงรายรับรายจ่ายของครอบครัว เพื่อให้ลูกทราบว่าสถานะการเงินเป็นเช่นไร มีค่าใช้จ่ายจำเป็นอะไรบ้างในครอบครัว และเขาควรใช้จ่ายเงินอย่างไร
ไม่ควรตามใจลูกมากเกินไป การซื้อของทุกอย่างที่ลูกอยากได้ เป็นการเพาะนิสัยการใช้จ่ายที่ไม่ถูกต้องให้ลูก การใช้เงินมากเกินไปขณะที่ยังไม่มีรายได้เป็นของตนเองทำให้ลูกติดนิสัย ฟุ่มเฟือย และในอนาคตหากเขาต้องทำงานและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง อาจทำให้รายได้ไม่พอใช้ จนต้องมีหนี้สิน ซึ่งจะเป็นผลร้ายต่อตัวลูก
ปลูกฝังค่านิยมทางจิตใจมากกว่าทางวัตถุ พ่อแม่ควรพูดคุยให้ความสำคัญและปลูกฝังให้ลูกเห็นความสำคัญและคุณค่าทางจิต ใจมากกว่าสิ่งของเงินทอง ควรเป็นตัวอย่างในการแสวงหาความสุขทางใจ โดยไม่พึ่งเงินทองเช่น แสดงน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น รู้จักการให้อย่างมีความสุข ไม่ยึดติดกับวัตถุสิ่งของ ไม่ดูถูกหรือเห็นคนอื่นด้อยค่า สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ลูกมีจิตใจละเอียดอ่อนเข้าใจและเห็นคุณค่าของคน
ให้ลูกเรียนรู้คุณค่าของเงิน โดยอาจให้ลูกทำงานพิเศษหากเขาต้องการซื้อของที่มีราคาแพง เพื่อช่วยให้ลูกเรียนรู้ถึงความยากลำบากในการหาเงินเมื่อเทียบกับการใช้จ่าย ที่ไม่จำเป็น
การ สอนให้ลูกรู้จักใช้จ่ายเงินทอง ช่วยให้ลูกเข้าใจถึงคุณค่าของสิ่งต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้ลูกรู้จักคิดรู้จักที่จะใช้จ่ายอย่างมีคุณค่า มิใช่ซื้อข้าวของเพียงเพราะความสวยงามหรือตามแฟชั่น
ขอบคุณข้อมูลจาก สยามดารา
